ประวัติ แบร็ด โจนส์

โอกาสมาแล้ว! โจนส์เฝ้าเสายาวหลัง "บีร็อด" ดร็อปมิโญเล่ต์นั่งสำรอง

          แบร็ด โจนส์ นายทวารมือสองของ หงส์แดง ได้รับโอกาสทองฝังเพชร เมื่อกุนซือใหญ่ของทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจสั่งดร็อป ซิมง มิโญเล่ต์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่ฟอร์มตกจนเป็นบ่อให้ทีมไม่สามารถรักษาแต้มสำคัญในหลายเกมได้

          ร็อดเจอร์ส บิ๊กบอสชาวไอร์แลนด์เหนือตัดสินใจส่ง โจนส์ ลงเฝ้าเสาเป็นเกมแรกในรายการ ลีก คัพ ที่เปิดบ้านเฉือน สวอนซี ซิตี้ 2-1 ต่อมาในเกมลีกที่พ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 และบอลถ้วย ลีก คัพ ที่บุกชนะ บอร์นมัธ 3-1 ก่อนจะลงเล่นในเกมลีกปัจจุบันที่เสมอ อาร์เซน่อล สุดมันส์ 2-2

          อย่างไรก็ดี กุนซือสมองเพชรยังไม่มีกำหนดการสั่งเลิกดร็อป ซิมง มิโญเล่ต์ กลับมาเป็นมือหนึ่งของทีม และทำให้ โจนส์ จะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ชื่อเต็ม : แบร็ดลี่ย์ "แบร็ด" โจนส์
วันเกิด : 19 มีนาคม 1982
เกิดที่ : อาร์มาเดล, ออสเตรเลีย
สัญชาติ : ออสเตรเลีย
ส่วนสูง : 191 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู

ประวัติส่วนตัว

          แบร็ด โจนส์ (19 มีนาคม 1982) ผู้รักษาประตูชาวออสซี่ เกิดที่เมือง อาร์มาเดล ทางตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่เขาจะร่วมเป็นนักเตะเยาวชนของ เบย์สวอเตอร์ ซิตี้ เอสซี

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

มิดเดิ้ลสโบรช์ (1999-2010)

          แบร็ด โจนส์ เซ็นสัญญาร่วมสโมสร มิดเดิ้ลสโบรช์ เพื่อให้ลงเล่นในSystemเยาวชน ก่อนที่จะได้รับการอัพเกรดสัญญาเป็นนักเตะอาชีพช่วงวันที่ 26 มีนาคม 1999 และลงสนามเป็นเกมแรกในเกม เอฟเอ คัพ รอบสาม พบกับ น็อตต์ เคาน์ตี้ ในปี 2004 ซึ่งต่อมาพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ ลีก คัพ ได้สำเร็จ

          เขาถูกปล่อยยืมไปหลาย ๆ สโมสร โดยในปี 2001-02 โจนส์ ลงเล่น 4 เกมให้กับทีมใน ไอร์แลนด์ อย่าง เชลบอร์น เอฟซี ซึ่งเขาได้เปิดตัวในลีกไอร์แลนด์เป็นนัดแรกตอนวันที่ 5 ตุลาคม พบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง โบฮีเมี่ยนส์ ที่สนาม ดาลี่เม้าท์ ปาร์ค และเสียไปถึง 4 ประตู ในเกมที่เอาชนะไปได้ 6-4 ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเตะเปิดจากประตูของเขาด้วย

          ต่อมา โจนส์ ถูกเรียกไปช่วยทีม สต็อคพอร์ท เคาน์ตี้ และ แบล็คพูล ก่อนจะกลับมาสู่อ้อมอกของ มิดเดิ้ลสโบรช์ อีกรอบในฤดู 2005-06 ซึ่งเขาสามารถเซฟลูกจุดโทษของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ในเกมที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0

          โดยในเดือน สิงหาคม 2006 เขาถูกยืมตัวไปเล่นให้กับทีม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในช่วงระยะสั้น 3 เดือน และสามารถช่วยทีมเซฟจุดโทษได้สองเกมติดกับ พลีมัธ อาร์ไกล์ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด

          จากการที่ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ย้ายออกจากทีมไปเล่นให้กับสโมสร ฟูแล่ม ทำให้เขาได้ขึ้นเป็นมือหนึ่งของทีมแทน ซึ่งเขาอยู่ในทีมที่ตกชั้นในฤดู 2009-10 อีกด้วย

หงส์แดง (2010-ปัจจุบัน)

          ช่วงวันที่ 17 สิงหาคม 2010 โจนส์ ตบเท้าร่วมทัพ หงส์แดง ด้วยค่าตัว 2.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 118 ล้านบาท) ซึ่งเขาได้ลงทะเบียนนักเตะในฐานะแข้ง "โฮม-โกรน" ตามกฎใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นในพรีเมียร์ลีก ในวันที่ 19 สิงหาคม เขามีโอกาสได้นั่งชมเพื่อให้นร่วมทีมลงเตะในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบเพลย์-อ๊อฟ เลกแรก ที่สนาม แอนฟิลด์

          โจนส์ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นนัดแรกแบบไม่เป็นทางการในเกม เทสติโมเนียล ของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ พบกับ เอฟเวอร์ตัน XI หลังจากนั้น เขาก็ลงสนามเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเกม ลีก คัพ รอบสาม พบกับ นอร์ทแฮมป์ตัน ทาวน์ ช่วงวันที่ 23 กันยายน 2010 ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 และเป็น หงส์แดง ที่พ่ายจากการดวลจุดโทษ

          เกมที่สองในสีเสื้อของ "หงส์แดง" เกิดขึ้นตอนวันที่ 15 ตุลาคม 2010 ในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก พบกับ อูเทร็ชต์ และเป็นเกมแรกที่สามารถรักษาคลีนชีตได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่เกมนี้จะเป็นนัดสุดท้ายของเขาในฤดู 2010-11

          หลังจบเดือน มีนาคม เขาได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ยาวหนึ่งฤดูในปี 2010-11 และลงสนามเป็นเกมแรกในแมตช์ที่พ่ายให้กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-4 และเสียไปถึง 16 ประตูจาก 7 เกมที่ลงเฝ้าเสาให้กับ "แกะเขาเหล็ก" ซึ่งหลังจบฤดู เขาถูกส่งตัวกลับ หงส์แดง ในทันที

          เขากลับมาสู่ทัพ "เครื่องจักรสีแดง" อีกรอบ และลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกกับ หงส์แดง ในวันที่ 10 เมษายน 2012 ซึ่งเป็นเกมที่เอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-2 โดยเขาลงสนามมาเป็นผู้เล่นสำรองในนาทีที่ 26 ภายหลังที่ โดนี่ ถูกไล่ออกจาสนามจากการทำฟาวล์ จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ในกรอบจุดโทษ และเป็น โจนส์ ที่สวมบทฮีโร่ ช่วยเซฟลูกโทษได้

          โจนส์ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นเกมแรกในฤดู 2012-13 ในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกพบกับ โกเมล ตอนวันที่ 2 สิงหาคม และก็เป็นทางฝั่ง หงส์แดง ที่เอาชนะไปได้ 1-0 หลังจากนั้นในวันที่ 20 กันยายน เขาลงเฝ้าเสาอีกรอบในเกมที่เอาชนะ ยัง บอยส์ 5-2 ในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะกลับมาลงช่วยทีมในเกม ลีก คัพ ในเกมที่คว้าชัยเหนือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 ในวันที่ 26 กันยายน

          จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ โจนส์ ทำให้ทีมตัดสินใจมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับเขาในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เขาลงเฝ้าเสาในเกมที่เอาชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 ในรายการพรีเมียร์ลีกและเป็นการเก็บคลีนชีตได้อีกด้วย โดยผลงานทั้งหมดตลอดซีซั่น 2012-13 เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 15 ครั้ง เสียไป 21 ประตูและรักษาคลีนชีตได้ 4 เกม

          ในฤดูกาล 2013-14 แบร็ด โจนส์ ไม่ได้ลงสนามในลีกให้กับทีมเลยแม้แต่เกมเดียว แต่เขายังเป็นผู้รักษาประตูหมายเลขหนึ่งของทีมในการลงเล่นในศึก เอฟเอ คัพ ก่อนที่จะพ่าย อาร์เซน่อล สองเกมรวดตกรอบห้าไปในที่สุด

          เมื่อในวันที่ 14 ธันวาคม 2014 โจนส์ ออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงในเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทนที่ของ ซิมง มิโญเล่ต์ ที่โชว์ฟอร์มไม่ดีตลอดหลายเดือนในช่วงหลัง ซึ่งผลการแข่งขันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ 0-3 โดยมีนักวิเคราะห์บางคนให้เหตุผลว่าเขามีส่วนกับสองประตูที่เสียอีกด้วย

การลงเล่นในให้กับทีมชาติ

          โจนส์ ถูกเรียกติดทีมชาติออสเตรเลียชุดใหญ่ ช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2007 แทนที่ของ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ในเกมกระชับมิตร ซึ่งการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรกให้กับขุนพลแดนจิงโจ้ เกิดขึ้นในเกมที่พบกับ อุุรุกวัย ตอนวันที่ 2 มิถุนายน 2007 นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมกับทัวร์นาเม้นต์ เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ 2007 ซึ่งว่าเขาไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่เกมเดียว

          เขามีชื่ออยู่ใน 23 แข้งสุดท้ายของทีมชาติ ออสเตรเลีย ไปลุยศึกบอลโลก 2010 แต่เขาโชคร้าย เมื่อต้องขอถอนตัวออกจากทีมกลางคัน เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายของเขาป่วยเป็นโรคลูคีเมีย และนั่นทำให้เขาไม่ได้กลับไปร่วมการแข่งขันอีกเลย

ความสำเร็จในระดับสโมสร

แบล็คพูล

– แชมป์ ลีก โทรฟี่ : 2003-04

ufa1688

ประวัติ เอแดร์ มาร์ตินส์

sport-idol.com
Home ประวัตินักกีฬา ประวัตินักเตะ เอแดร์ มาร์ตินส์
ประวัติ เอแดร์ มาร์ตินส์
 Eaw11 |  29/03/2017 14:35 น. |  142 Views
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins

ชื่อเต็ม : เอแดร์ มาร์ตินส์
วันเกิด : 15 พฤศจิกายน 1986
สถานที่เกิด : เลาโร่ มุลเลอร์, ประเทศบราซิล
สัญชาติ : อิตาลี
ส่วนสูง : 179 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า / ปีก
สโมสรปัจจุบัน : อินเตอร์ มิลาน

ประวัติส่วนตัว

          เอแดร์ ซิตาดิน มาร์ตินส์ (เกิด 15 พฤศจิกายน 1986) หรือเรียกสั้นๆ ว่า "เอแดร์" นักเตะอาชีพตำแหน่งศูนย์หน้าของสโมสร อินเตอร์ มิลาน และทีมชาติอิตาลี เขาเริ่มค้าแข้งกับทีม คริคูม่า ในประเทศบราซิล ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ เอ็มโปลี สโมสรแดนมักกะโรนีในเดือนมกราคม 2006

ประวัติการค้าแข้งกับสโมสร

          เขาเกิดที่เมืองเลาโร่ มุลเลอร์, รัฐซานต้า คาตาริน่า และเริ่มการค้าแข้งอาชีพที่ คาตาริเนนเซ่ คลับ คริคูม่า เอสปอร์เต้ คลูเบ้ ในวัย 19 ปี ก่อนจะเซ็นสัญญากับสโมสรจากอิตาลีอย่าง เอ็มโปลี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins Criciuma

โฟรซิโนเน่

          เอแดร์ ย้ายไปร่วมทีม โฟรซิโนเน่ ด้วยสัญญาเจ้าของร่วม มูลค่า 600,000 ยูโร (ประมาณ 22.4 ล้านบาท) ในเดือนมิถุนายน 2008 และถูกยืมตัวไปเล่นในครึ่งฤดูหลังของ เซเรีย บี ซีซั่น 2007-08

กลับสู่ เอ็มโปลี

          เอ็มโปลี ซื้อตัว เอแดร์ กลับจาก โฟรซิโนเน่ ในเดือนมิถุนายน 2009 ด้วยค่าตัว 2.42 ล้านยูโร (ประมาณ 90 ล้านบาท) และสร้างความประทับใจในตำแหน่งศูนย์หน้า และเคยซัด 4 ประตูในเกมที่เอาชนะ ซาแลร์นิตาน่า 5-2 ตอนวันที่ 15 เมษายน 2010 ทำให้เขาจบ เซเรีย บี ฤดู 2009-10 ในฐานะดาวซัลโวสูงสุด 27 ประตู

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins empoli

ยืมตัวไป เบรสชา

          ในวันที่ 20 สิงหาคม 2010 เอแดร์ เซ็นสัญญา 1+4 ปี กับทีมน้องใหม่ เซเรีย อา อย่าง เบรสช่า นั่นหมายความว่าเขาจะย้ายไปร่วม เบรสชา ในฐานะนักเตะยืมตัวสำหรับปีแรก และต่อมาเปิดเผยค่ายืมอยู่ที่ 1.8 ล้านยูโร (ประมาณ 67.2 ล้านบาท) ซึ่งเขาลงสนามไปทั้งสิ้น 35 เกมในลีกและยิงประตูทั้งสิ้น 6 ลูก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins brescia

ยืมตัวไป เชเซน่า

          ช่วงวันที่ 13 กรกฎาคม 2011 เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เชเซน่า ในสัญญายืมตัวชั่วคราวมูลค่า 2.2 ล้านยูโร (ประมาณ 82.2 ล้านบาท) และลงสนามช่วยทีมไปทั้งสิ้น 17 เกม แต่ซัดได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น

ซามพ์โดเรีย

          ในวันที่ 24 มกราคม 2012 เอแดร์ ตบเท้าร่วมทีม ซามพ์โดเรีย ในสัญญายืมตัวมูลค่า 1.1 ล้านยูโร (ประมาณ 41.1 ล้านบาท) จากสโมสร เชเซน่า โดยเขาสามารถเปิดฉากสกอร์แรกกับทีมในแมตช์ที่เสมอกับ วิเชนซ่า 1-1 ตอนวันที่ 21 เมษายน 2012

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins sampdoria

          จนกระทั่งวันที่ 3 กรกฎาคม 2012 ทางสโมสร ซามพ์โดเรีย ตัดสินใจเซ็นเผ่านาร่วมทีมแบบเต็มตัวด้วยระยะสัญญายาวนานทั้งสิ้น 5 ปี โดยบวกเข้าไปอีก 3 ล้านยูโร (ประมาณ 112.1 ล้านบาท) ทำให้ดีลของเขาจบลงที่ 4.1 ล้านยูโร (ประมาณ 153.2 ล้านบาท) ในขณะที่ เอ็มโปลี สโมสรที่ปั้นเขามาจะได้รับเงินทั้งสิ้น 7 ล้านยูโร (ประมาณ 261.6 ล้านบาท) จากปี 2010 ถึง 2012

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins sampdoria

          เอแดร์ ลงสนามช่วยทีมไปทั้งหมด 112 เกมลีกในฐานะนักเตะของสโมสร และซัดไปเน้นๆ 40 ประตูตลอด 4 ฤดู (2012-2016)

อินเตอร์ มิลาน

          ตอนวันที่ 29 มกราคม 2016 เอแดร์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายีมตัวหนึ่งปีครึ่งมูลค่า 1.2 ล้านยูโร (ประมาณ 44.8 ล้านบาท) พ่วงเงื่อนไขสามารถปรับเปลี่ยนเป็นสัญญาถาวรได้ในอนาคต แต่ทว่าเขาได้รับการต่อสัญญามากขึ้นจนถึงปี 2020 และรับค่าเหนื่อยประมาณ ปีละ 1.5 ล้านยูโร (ประมาณ 56 ล้านบาท) โดยจะใส่เสื้อหมายเลข 23

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Éder martins inter milan

          เขาลงสนามเปิดฉากสีเสื้อใหม่ช่วงวันที่ 31 มกราคม 2016 ในแมตช์ที่แพ้ เอซี มิลาน 0-3 จนกระทั่งอีกหนึ่งปีต่อมา (28 มกราคม 2017) เขาสามารถทำประตูฉลองลงสนามครบ 200 นัดในศึก กัลโช่ เซเรีย อา จากเกมที่เปิดรังถล่ม เปสคาร่า 3-0

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เกียรติประวัติส่วนตัว

– ดาวซัลโวสูงสุด : กัลโช่ เซเรีย บี ฤดู 2009-10 (27 ประตู)

ufa1688