ประวัติ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ร้อยตำรวจโท เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ซิโก้ (เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2516) เป็นอดีตนักเตะทีมชาติไทยตำแหน่งกองหน้า และเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชลบุรี เอฟซีคนปัจจุบัน โดยชื่อ ซิโก้ ตั้งชื่อจากชื่อเล่นว่า "โก้" ตามชื่อ ซิโก้ นักเตะชาวบราซิลที่โด่งดัง   ufa1688 

ประวัติ

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ที่ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เริ่มเข้ารับการศึกษาที่ โรงเรียนบ้านหนองแดงจนถึงชั้นป.3 จากนั้นจึงย้ายมาเรียนชั้นป.4ที่โรงเรียนน้ำพอง(จังหวัดขอนแก่น)จนจบม.6 และย้ายมาเรียนที่กรุงเทพโดยเรียนที่โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่คณะบริหารการจัดการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จนจบปริญญาตรี

ซิโก้ได้เริ่มเล่นบอลโดยเป็นตัวแทนของโรงเรียนและเป็นตัวแทนของ จังหวัด ในปี 2533 ในขณะที่ศึกษาที่โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ ได้เป็นตัวแทนทีมชาติชุดเยาวชน แข่งขันที่มาเลเซีย และติดทีมชาติในการแข่งขันบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 24

นอกจากนี้ซิโก้ ยังพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17, 18 และ 19

ปี 2535 เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองเข้าพิธีสมรสกับอัสราภา เสนาเมือง (วุฒิเวทย์) และมีบุตรสาวด้วยกัน 3คน

ภายหลังที่ซิโก้เลิกเล่นบอลแล้วได้ทำหน้าที่กุนซือให้กับทีมจุฬาฯ-สินธนา ซึ่งพึ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ฤดู 2008 และนำทีมจบฤดูด้วยชั้นที่ 8

เดือนธันวาคม ปี 2551 จากผลงานที่ยอดเยี่ยมในการคุมทีมจุฬาฯ-สินธนาทำให้ซิโก้ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คุมทีมชลบุรี เอฟซีในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2552 และจบฤดูด้วยชั้นที่ 2 ได้ตำแหน่งรองแชมป์ไปครอง

ส่วนใน ฤดู 2009 ปัจจุบัน ทีมชลบุรีที่ซิโก้คุม อยู่ชั้นที่ 1 แข่ง 15 นัด มี 30 แต้ม คะแนนเท่ากับ บางกอกกล๊าส (วันที่ 30 มิถุนายน 2552)

รางวัลในนามทีมชาติไทย

    * 2536 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ประเทศสิงคโปร์ (สมัยที่ 1)
    * 2537 แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 25 เมืองไทย แชมป์อินดิเพนเด้นท์ ณ ประเทศอินโดนีเซีย
    * 2537 แชมป์บอลอินดิเพนเด้นท์คัพ ครั้งที่ 7
    * 2538 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 18 เมืองไทย (สมัยที่ 2)
    * 2539 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 1 ประเทศสิงคโปร์
    * 2540 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 19 ประเทศอินโดนีเซีย (สมัยที่ 3)
    * 2541 ชั้นที่ 4 การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมืองไทย
    * 2542 แชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ประเทศบรูไน (สมัยที่ 4) และรางวัลดาวซัลโว
    * 2543 แชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 31 เมืองไทย
    * 2543 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 เมืองไทย และรางวัล MVP นักเตะทรงคุณค่า
    * 2544 เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายการแข่งขันบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย
    * 2545 ชั้นที่ 4 การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ประเทศเกาหลีใต้(ปูซาน)
    * 2545 แชมป์ไทเกอร์คัพครั้งที่ 4 ประเทศสิงคโปร์-อินโดนีเซีย

รางวัลในรดับสโมสร

    * 2532 แชมป์ ถ้วย ก ธนาคารกรุงไทย
    * 2536 แชมป์ ถ้วย ข ธนาคารกรุงไทย
    * 2541 แชมป์กีฬาทัพไทยประจำปี
    * 2542 รองแชมป์Malaysian Super League
    * 2543 รองชนะเลิศบอลดิวิชั่น1 ประเทศอังกฤษ
    * 2545 แชมป์S. League
    * 2546 แชมป์วี-ลีก

        แชมป์ Vietnamese Super Cup

    * 2547 แชมป์วี-ลีก

        แชมป์ Vietnamese Super Cup

เกียรติประวัติอื่นๆ

    * 2530 รางวัลดาวซัลโว บอลเขตการศึกษาแห่งเมืองไทย
    * 2542 รางวัลดาวซัลโว ซีเกมส์ครั้งที่ 20 ประเทศบรูไน
    * 2543 เกียรติประวัติผู้เป็นต้นแบบที่ดีต่อสังคมไทย “คนต้นแบบ” โดยสำนักงานคณะผู้ตัดสินการประถมศึกษาแห่งชาติ
    * 2543 รางวัล MVP นักเตะทรงคุณค่า ไทเกอร์คัพครั้งที่ 3 ประเทศไท
    * 2543 รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม ESPN
    * 2543 รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ESPN
    * 2544 รางวัลดาราเอเชีย
    * 2544 รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 1
    * 2544 รางวัลนักเตะดีเด่น Sanyo
    * 2546 รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
    * 2547 รางวัลนักกีฬาต่างชาติยอดเยี่ยม ประเทศเวียดนาม
    * 2548 รับเข็มเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์แก่บอลเวียดนาม จากรัฐมนตรีกีฬาประเทศเวียดนาม
    * 2547-ปัจจุบัน ผู้ให้การเกื้อหนุนกิจการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
    * 2550 รางวัลโล่ห์เกียรติคุณจาก ชมรม "เชียร์ไทย"
    * 2551 รางวัลสุดยอดคนต้นแบบ เมืองขอนแก่น

สถิติการยิงประตูในนามทีมชาติของซิโก้

ซิโก้ติดทีมชาตินัดแรกในชุดเมอร์ไลออน (Merlion) ที่ประเทศสิงคโปร์ ยิงประตูแรกในนามทีมชาติ (ชุดบี) ได้ในวันที่ 9 กันยายน 2536 ทีมชาติไทยชุดบี ชนะโปร์แลนด์ 1-0 และยิงประตูสุดท้ายเมื่อ 26 ธันวาคม 2549 ทีมชาติไทยชุดใหญ่ชนะสิงคโปร์ 2-0 ในรายการคิงส์คัพ ซิโก้ทำแฮตทริกได้รวม4ครั้งในการเล่นทีมชาติไทยทุกชุด (30 กรกฎาคม 2542 ไทยชนะฟิลิปปินส์ 9-0 กีฬาซีเกมส์ , 23 มกราคม 2544 ไทยชนะคูเวต 5-4 เกมอุ่นเครื่อง, 28 พฤษภาคม 2544 ไทยชนะปากีสถาน 6-0 คัดบอลโลก,18 ธันวาคม 2545 ไทยชนะลาว 5-0 ในรายการอาเซียนบอลแชมเปียนชิพ )

ซิโก้ได้แชมป์กับทีมชาติไทยทุกชุดรวม10ครั้ง ได้แก่คิงส์คัพ 2 ครั้ง (2537,2549) กีฬาซีเกมส์ 4ครั้ง (2536, 2538, 2540, 2542) อาเซียนบอลแชมเปียนชิพ) หรือไทเกอร์คัพเดิม 3 ครั้ง (2539,2543,2545) อินดิเพนเดนท์ อินโดนีเซีย 1ครั้ง (2537)

สถิติการยิงประตูในนามทีมชาติไทยทุกชุดตั้งแต่ปี 2536-2549 ยิงทั้งหมด 100ประตู นับเฉพาะทีมชาติพบทีมชาติ สถิติจะอยู่ที่85ประตู (รวมทุกชุดได้แก่ ชุดใหญ่, ซีเกมส์, โอลิมปิก, เอเซียน เกมส์)

หากนับเฉพาะสถิติในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ ฟีฟ่า (FIFA) บันทึกและให้การรับรองว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ทั้งสิ้น130นัด ยิงได้ 65ประตู ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ยิงได้มากที่สุดของเมืองไทย ตามการจัดชั้น ดาวซัลโวระดับทีมชาติของ FIFA นัดสุดท้ายที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่คือ ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สนาม สนามศุภชลาศัย ในวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ผลจบลงที่เสมอกัน 1-1  
เมื่อปี พ.ศ. 2545 ขณะยังเป็นผู้เล่น เกียรติศักดิ์ริเริ่มก่อตั้งโครงงาน ซิโก้ทิปส์ สัญจร เพื่อให้เปิดทำการฝึกสอนบอล แก่เยาวชนทั่วประเทศ ควบคู่กับผลิตรายการ ฝึกสอนทักษะบอลทางโทรทัศน์ โดยใช้ชื่อเดียวกันว่า ซิโก้ทิปส์ จนถึงปีต่อมา (พ.ศ. 2546) ต่อมาเขาผ่านการอบรม ผู้ฝึกสอนระดับบี (B Licence) ของสมาคมบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 และเริ่มเป็นผู้ฝึกสอนนัดแรกในปีเดียวกัน โดยรับตำแหน่งผู้จัดการทีม สโมสรบอลฮหว่างอัญซาลาย (ฮอง อันห์ ยาลาย) ซึ่งร่วมแข่งขันอยู่กับวี-ลีกของเวียดนาม ขณะที่เขายังเป็นผู้เล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ด้วย

เมื่อเกียรติศักดิ์ ประกาศยุติอาชีพนักเตะ ในปลายปี พ.ศ. 2550 เขาผลิตวิดีโอซีดีและหนังสือ ซึ่งถอดความจากรายการซิโก้ทิปส์ โดยในปีเดียวกัน ยังเข้ารับตำแหน่งผู้อวยการ สถาบันฝึกสอนบอลของกรุงเทพมหานคร และรับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรบอลจุฬาฯ-สินธนา ซึ่งเพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาร่วมแข่งขันไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2551 ซึ่งสโมสรดังที่กล่าวมาแล้วจบฤดูในชั้นที่ 8 จากนั้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เกียรติศักดิ์ย้ายไปเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ให้กับสโมสรบอลชลบุรีในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2552 ซึ่งจบฤดูด้วยการเป็นชั้นที่ 2 ของลีก และสามารถเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของรายการเอเอฟซีคัพ ทว่าเมื่อจบฤดูนั้น เขาก็ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถนำสโมสรชนะเลิศในลีก

หลังจากนั้น เกียรติศักดิ์กลับไปรับหน้าที่ผู้จัดการทีม ให้กับสโมสรฮหว่างอัญซาลาย อีกรอบเมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยอยู่ในชั้นที่ 7 ของวี-ลีก เมื่อจบฤดูดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 เขากลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ให้กับสโมสรบอลบีบีซียู ซึ่งร่วมแข่งขันอยู่ในไทยลีกดิวิชั่น 1 ซึ่งจบฤดูนั้นด้วยชั้นที่ 3 สโมสรจึงสามารถเลื่อนชั้น ขึ้นไปแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก ทว่าในไทยพรีเมียร์ลีก 2555 บีบีซียูชนะเพียงนัดเดียว จากสิบนัดแรกของฤดู เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 เกียรติศักดิ์จึงประกาศลาออก แล้วเข้ารับงานหัวหน้าผู้ฝึกสอน ให้กับสโมสรบอลบางกอก เอฟซีในไทยลีกดิวิชั่น 1 ซึ่งขณะนั้นอยู่ในชั้นท้ายๆ ของตารางคะแนน แต่เขาสามารถพาทีมจบฤดูในชั้นที่ 10 ของลีก สโมสรจึงรอดพ้นจากการตกชั้น

ต่อมาราวต้นปี พ.ศ. 2556 สมาคมบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมภ์ แต่งตั้งให้เกียรติศักดิ์ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก่อนที่จะนำทีมชุดดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ลงแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติจีน ตอนวันที่ 15 มิถุนายน โดยทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติจีน ด้วยการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 5 ต่อ 1 โดยในปลายปีเดียวกัน เกียรติศักดิ์คุมทีมชาติไทยชุดเดียวกัน ชนะเลิศการแข่งขันบอลชาย ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่กรุงเนปยีดอของเมียนมาร์ โดยในการชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยชนะอินโดนีเซีย 1 ประตูต่อ 0

ส่วนการแข่งขันบอลชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2557 ที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ เกียรติศักดิ์นำทีมชาติไทยชุดเดิม แข่งขันชนะ 5 นัดแรก โดยเสียเพียง 3 ประตู และเป็นชั้นที่ 4 ของการแข่งขันดังที่กล่าวมาแล้ว และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เขาพาทีมชาติไทยชุดเดียวกัน ชนะเลิศรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ซึ่งเป็นสมัยที่ 4 ของทีมชาติไทยในรายการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยนัดชิงชนะเลิศ สามารถเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย ด้วยประตูรวมสองนัด 4 ต่อ 3

Leave a Comment