ริกกี แลมเบิร์ต

ufa1688 ริกกี แลมเบิร์ต (อังกฤษ: Rickie Lambert; ชื่อเต็ม: ริกกี ลี แลมเบิร์ต (Rickie Lee Lambert); เกิด: 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1982) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษตำแหน่งกองหน้า เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับหลายสโมสร ทั้งเซาแทมป์ตัน, ลิเวอร์พูล และเวสต์บรอมมิชอัลเบียน และเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ

แลมเบิร์ตเริ่มตันการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับแบล็กพูล หลังจากนั้นก็ไปเล่นให้กับแมกเคิลส์ฟีลด์ทาวน์, สตอกพอร์ตเคาน์ตี, รอชเดล และบริสตอลโรเวอส์ และย้ายร่วมกับเซาแทมป์ตันในปี ค.ศ. 2009 และได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมา ก่อนที่จะได้ย้ายไปร่วมกับลิเวอร์พูลในปี ค.ศ. 2014 ซึ่งเป็นสโมสรเยาวชนที่เจ้าตัวเคยอยู่และเป็นสโมสรที่ใฝ่ฝันที่จะร่วมทีมมาตั้งแต่เด็ก

ชีวิตส่วนตัว
ริกกี แลมเบิร์ต เกิดที่ย่านเวสต์เวล, เคอร์กบี, มณฑลเมอร์ซีไซด์ ในครอบครัวที่ไม่ร่ำรวย โดยเป็นลูกชายของเรย์ และเมารีน แลมเบิร์ต แลมเบิร์ตชื่นชอบการเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก และเข้าสู่สโมสรเยาวชนของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ แต่เมื่ออายุได้ 15 ปี ก็ถูกถอดออกจากทีม เนื่องจากไม่เข้าตาผู้ฝึกสอน จึงได้เข้าทำงานในโรงงานผลิตขวดบรรจุบีทรูทเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว ได้ค่าตอบแทนวันละ 20 ปอนด์

ชีวิตครอบครัว แลมเบิร์ตมีภรรยาชื่อ เอมี ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คน โดยคนสุดท้อง ชื่อว่า เบลลา โรส เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่แลมเบิร์ตถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ เป็นครั้งแรก ในนัดที่อังกฤษพบกับ สกอตแลนด์

เซาแทมป์ตัน

แลมเบิร์ต ขณะเล่นให้กับเซาแทมป์ตันในปี ค.ศ. 2013
แลมเบิร์ต เล่นได้ดีกับเซาแทมป์ตัน และทำผลงานได้ดีตลอดทั้งฤดูกาล 2013–14 เมื่อจบฤดูกาลเซาแทมป์ตันอยู่อันดับที่ 8 นับว่าเป็นอันดับที่น่าพอใจ เนื่องจากเพิ่งเลื่อนชั้นมาสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ดังนั้น เมื่อจบฤดูกาล ลิเวอร์พูลได้ติดต่อขอซื้อตัวเข้าร่วมทีม ด้วยสัญญา 2 ปี ค่าตัวราว 4 ล้านปอนด์ และนับเป็นผู้เล่นหนึ่งใน 5 รายของเซาแทมป์ตันที่ย้ายออกไปในช่วงเวลานั้น

ลิเวอร์พูล
ริกกี แลมเบิร์ต ได้ย้ายจากเซาแทมป์ตันสู่ลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2014–15 ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014–15 แลมเบิร์ต ได้ลงสนามนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล โดยลงสนามเป็นตัวสำรองในช่วง 14 นาทีสุดท้ายแทน ฟีลีปี โกชิญญู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะทีมเก่าของเขา เซาแทมป์ตัน 2-1 ในช่วงแรก แลมเบิร์ต มักจะเป็นตัวสำรอง จนกระทั่ง มารีโอ บาโลเตลลี มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ แลมเบิร์ต ได้มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงและยิงประตูให้กับลิเวอร์พูลได้เป็นลูกแรกในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 ที่ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายแพ้คริสตัลพาเลซ 3-1 โดยที่แลมเบิร์ตเป็นผู้ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 0-1 ตั้งแต่นาทีที่ 2 ต่อมา ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 แลมเบิร์ต ได้ลงเป็นตัวจริงนัดแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014–15 และทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด จาก บัลแกเรีย 2-2 และทำประตูในพรีเมียร์ลีกลูกที่ 2 ในนัดที่ 21 ในนัดที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแอสตันวิลลาไปได้ 0-2 ได้ที่สนามวิลลาพาร์ก โดยแลมเบิร์ตยิงประตูได้ในนาทีที่ 79 นับเป็นประตูที่ 2

ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2015 แลมเบิร์ต ได้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ ของลีกรองอังกฤษ ในงานประกาศรางวัลของเดอะฟุตบอลลีก

เวสต์บรอมมิชอัลเบียน
แต่การเล่นให้กับลิเวอร์พูล แลมเบิร์ตเป็นเพียงตัวสำรอง ทำให้ทั้งฤดูกาลได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 25 นัดเท่านั้น และยิงได้ 2 ประตู และรวมทั้งหมดทุกรายการลงเล่น 36 นัด ยิงไปได้เพียง 3 ประตู ทำให้ก่อนเปิดฤดูกาล 2015–16 แลมเบิร์ตได้รับการติดต่อจากโทนี พูลิส ผู้จัดการของเวสต์บรอมมิชอัลเบียน ขอซื้อตัว โดยคาดว่ามีค่าตัวราว 3 ล้านปอนด์

คาร์ดิฟฟ์ซิตี
หลังจบฤดูกาล 2015–16 แลมเบิร์ตได้ย้ายไปยังคาร์ดิฟฟ์ซิตี ในเดอะแชมเปียนชิป ด้วยสัญญา 2 ปี เนื่องจากถูกเวสต์บรอมมิชอัลเบียนปล่อยตัวออกไปในแบบไม่เปิดเผยค่าตัว กอรปกับได้ซื้อตัวฮัล ร็อบสัน-คานู นักฟุตบอลทีมชาติเวลส์ เข้ามาเพิ่มในตำแหน่งกองหน้า ทำให้โอกาสได้ลงเล่นของแลมเบิร์ตน้อยลง

ทีมชาติอังกฤษ
ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ริกกี แลมเบิร์ต ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกด้วยวัย 31 ปี ต่อมา แลมเบิร์ต ได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมชาติ โดยลงสนามเป็นตัวสำรองแทน เวย์น รูนีย์ และทำประตูแรกให้กับทีมชาติในนัดที่อุ่นเครื่องกระชับมิตรเอาชนะ สกอตแลนด์ 3-2

ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2014 ทีมชาติอังกฤษลงเล่นนัดแรกในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่บาเซิล โดย แลมเบิร์ต ลงสนามเป็นตัวสำรองและจ่ายบอลให้ แดนนี เวลเบก ทำประตูให้ อังกฤษ เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0

ฟุตบอลโลก 2014
ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทีมชาติอังกฤษได้เรียกตัว ริกกี แลมเบิร์ต ติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดย อังกฤษ ได้อยู่กลุ่ม D ร่วมกับ อุรุกวัย, คอสตาริกา และ อิตาลี โดย แลมเบิร์ต ได้ลงเล่นแค่นัดเดียวในนัดที่แพ้ให้กับ อุรุกวัย 1-2 สุดท้าย อังกฤษ ก็ต้องตกรอบแรก ได้อันดับสุดท้ายของกลุ่ม D เสมอ 1 แพ้ 2 (แพ้ อิตาลี 1-2, แพ้ อุรุกวัย 1-2 และ เสมอ คอสตาริกา 0-0) ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่บราซิลเพียงรอบแรกเท่านั้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีที่อังกฤษตกรอบแรกฟุตบอลโลก

Leave a Comment